ข่าวฟุตบอล ข่าวกีฬา คลิปวีดีโอ ข่าวทั่วไป ภาพยนต์ ฟังเพลง วาไรตี้ ตรวจหวย
ทำไม??? ยิ่งลักษณ์ไปเกาหลี คนถึงถามว่าไปหา ทักษิณ หรือเปล่า
เมื่อ : 25/02/2556 13:04:06 อ่าน : 155


ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 06.30น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น้องไปป์- ด.ช. ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย รวมถึงนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐเกาหลีระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ เพื่อเข้าร่วมในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีตามคำเชิญของมาดามปัก กึน-ฮเย และจากนั้นจะเดินทางต่อไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทันทีระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ ตามคำเชิญของผู้บริหารสูงสุด

 
 

ทั้งนี้ ก่อนการเดินทาง นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธ การนัดพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ ฮ่องกง เพื่อขอคำปรึกษา พูดคุยในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ เป็นไปตามกำหนดการที่ระบุไว้ล่วงหน้า ตามคำเชิญของผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และจะใช้โอกาสนี้เปิดแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและย้ำความพร้อมของไทยที่จะเป็นจุดเชื่อมในภูมิภาค

 
 

สำหรับการเยือนสาธารณรัฐเกาหลี ของนายกรัฐมนตรี เป็นการตอบรับคำเชิญของมาดามปัก กึน-ฮเย เพื่อเป็นแขกในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของมาดามปัก กึน-ฮเย ซึ่งถือว่า เป็นเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในบทบาทของผู้นำสตรี โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีกับผู้นำสตรีคนแรกของเกาหลี พร้อมร่วมส่งเสริมและพัฒนาบทบาทสตรีในภูมิภาคในฐานะผู้นำสตรีด้วยกัน รวมถึงปีนี้ ถือเป็นปีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สาธารณรัฐเกาหลีครบรอบ 55 ปี อีกด้วย

 
 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะถือโอกาสนี้ เชิญ มาดามปัก กึน-ฮเย มาร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2556 เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งล่าสุด บริษัท K Water สาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ

 
 

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธว่า นายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เดินทางไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อหารือเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด เป็นเพียงการจินตนาการไปเอง พร้อมยืนยันว่า จากการสอบถามผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในทวีปยุโรป พร้อมท้าทางพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ให้เอาตำแหน่ง ส.ส.มาเดิมพัน

 
 

การตั้งข้อสังเกตุจากหลายฝ่ายว่าการเดินทางไปต่างประเทศของนางสาวยิ่งลักษรือาจเป็นการเดินทางไปพบกับพันตำรวจโททักษิณ ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า สำหรับศึกการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในครั้งนี้พันตำรวจโททักษิณเคยประกาศเอาไว้แล้วว่าจะต้องยึดกรุงเทพให้ได้

 
 

ในการโฟนอินของพันตำรวจโททักษิณมาที่เวทีคนเสื้อแดงจ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่26 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า ขอให้คนเสื้อแดงที่มีญาติพี่น้องอยู่ในกรุงเทพฯ ช่วยบอกญาติให้เลือก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พรรคจะได้ยึดครองกรุงเทพฯ

 
 

ได้เบ็ดเสร็จ เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคถูกโกงมาโดยตลอด พร้อมขอให้ช่วยกันประคับประคองรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะจะเป็นผู้ทำงานแทนตน ซึ่งขณะนี้ตนกำลังคิดโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นำไปปฏิบัติ แล้วทำให้พี่น้องเสื้อแดงอีสานหายยากจน

 
 

และจากคำประกาศกร้าวดังกล่าวของพันตำรวจโททักษิณ จึงเป็นที่มาในคำประกาศกร้าวสวนกลับของสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ แบบนี้

 
 

ภาพการบริหารประเทศของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ยังสะบัดไม่พ้นร่มเงาของพันตำรวจโททักษิณ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การเคลื่อนไหวใดๆของนางสาวยิ่งลักษณ์จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ อย่างการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ ก็ถูกจับตามองว่าไปพบกับพันตำรวจโททักษิณหรือไม่

 
 

และกับการตั้งข้อสังเกตนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะแค่เกิดขึ้นมาจากภายในประเทศเท่านั้น อย่างสื่อต่างประเทศก็มองถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทะลุปรุโปร่ง

 
 

นิวยอร์ก ไทม์ส สื่อสิ่งพิมพ์เก่าแก่ของสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1851 ระบุว่า ในขณะที่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกกำลังใช้ความก้าวหน้าด้านการสื่อสารเพื่อสร้างความสะดวกสบายในการทำงานและการติดต่อถึงกันแต่ดูเหมือนความล้ำสมัยของ

 
 

เทคโนโลยีโทรคมนาคมของโลก กำลังถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองในประเทศไทยที่เป็นบ้านของประชากรกว่า 65 ล้านคน เห็นได้จากการตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆ ในช่วงที่ผ่านมา ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ระหว่างหนีคดีทุจริต ได้สั่งการตรงมาจากต่างประเทศผ่านทางโปรแกรมสไกป์ และช่องทางการสื่อสารอื่นๆ

 
 

นิวยอร์ก ไทม์สระบุว่า เจ้าหน้าที่ในพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลขณะนี้ยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่กับบรรดารัฐมนตรีหลายรายในรัฐบาลของน้องสาวตัวเองคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงการส่งข้อความผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆการใช้โปรแกรมแชต "whatsapp" และ"LINE" ไม่เว้นแม้แต่การอ่านเอกสารของรัฐบาลทางอีเมล ซึ่งมีเหล่าข้าราชการผู้ภักดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณส่งให้ถึงมือ

 
 

แต่ที่น่าจับตาที่สุด คือ การทำหน้าที่บริหารประเทศและร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านโปรแกรมสไกป์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งช่วยให้อดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ สามารถใช้อำนาจของตัวเองในการปกครองประเทศไทยได้อย่างเต็มพิกัด โดยไม่จำเป็นต้องเผชิญกับหมายจับหรือสุ่มเสี่ยงกับการติดคุกแต่อย่างใด นับเป็นการหวนคืนอำนาจอีกครั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณโดยที่ปัญหาเรื่องระยะทางและความห่างไกลไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป

 
 

รายงานระบุว่า แม้โดยทางการแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเมื่อปี 2011จะถือเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย แต่ทว่าอำนาจในการตัดสินใจและสั่งการกลับตกอยู่ในมือของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ดำเนินการ "ปกครองประเทศไทย" จากบ้านพักในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงบ้านพักในกรุงลอนดอนของอังกฤษ โรงแรมในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และเหมืองทองคำของ พ.ต.ท.ทักษิณในทวีปแอฟริกาโดยอาศัยความล้ำสมัยของเทคโนโลยีต่างๆ เป็นตัวช่วย

 
 

ขณะที่ตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ วัย 45 ปี มีหน้าที่เพียงแค่การเดินทางไป "ตัดริบบิ้นเปิดงาน"และคอย "กล่าวสุนทรพจน์" ในโอกาสต่างๆเท่านั้น แม้เธอจะยืนยันมาโดยตลอดว่า เธอคือนายกรัฐมนตรีตัวจริงเสียงจริงของไทย

 
 

แกนนำพรรคเพื่อไทยรายหนึ่งเผยว่าทุกคนในรัฐบาลสามารถติดต่อกับทักษิณได้ตลอดเวลา จากผลของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นโลกที่ "ไร้พรมแดน"

 
 

รายงานข่าวล่าสุดของสื่อดังอย่างนิวยอร์ก ไทม์ส สอดคล้องกับการเปิดเผยของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ "กลุ่มคนเสื้อเหลือง" หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารประเทศทั้งหมดและ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ที่ตัดสินใจในทุกโครงการใหญ่ของรัฐบาล

 
 

และนี่ก็เป็นแค่เพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ภายใต้การจัดการของพันตำรวจทักษิณอย่างเบ็ดเสร็จหรือไม่ เพราแม่แต่สื่อต่างชาติ ที่สะท้อนมุมคิดและสายตาจากทั่วโลกก็เห็นในแบบที่คนไทยเห็น แม้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณืจะปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด

 

ขอบคุณที่มา  :  

 

 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ทำไม??? ยิ่งลักษณ์ไปเกาหลี คนถึงถามว่าไปหา ทักษิณ หรือเปล่า


ยังไม่มีความคิดเห็นใด ๆ เลยค่ะ!

ร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่


หากท่านต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาสมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบสมาชิกก่อนค่ะ


ตร.เชียงใหม่รวบพ่อเลี้ยงวัย 72 ข่มขื่นลู
"เพลงเป๊ะ" - ชาวเน็ตรุมด่า จงใจขายโป๊เปล
ทหารประทวน เฮ! มติสภากลาโหม เลื่อนยศ รต.
ขอชัด ๆ อีกที ว่อนเน็ต!!!FB โพสต์ภาพป้าย
คุก 2 เดือน !!! "ต่าย เชิญยิ้ม"เมาแล้วขั
'สาวมาด'ยังทรงตัว-ลูกสาวปลอดภัย